แนวทางการฝึกอบรม

แนวทางการฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน

อรรถประโยชน์

  • ดูแลและบำบัดโรคด้วยตนเอง
  • ทำสมาธิและเข้าฌานได้ง่าย
  • ทำให้เห็นการทำงานและขบวนการของจิตใต้สำนึกได้เป็นอย่างดี
  • ควบคุมการทำงานของร่างกายและอวัยวะภายในให้ทำงานได้ตามความต้องการ
  • สร้างพลังและวงจรพลังชีวิตให้ก่อเกิดการยกระดับการพัฒนาทางกาย จิต จิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี
  • ทำให้เกิดการพัฒนาสติให้เป็นมหาสติได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ทำให้เกิดทักษะของความชำนาญพิเศษและความเฉลียวฉลาดที่ไม่ต้องจดจำได้เป็นอย่างดี
  • ทำให้เกิดการเรียนรู้ศาสตร์โบราณทุกสาขาที่เกี่ยวข้องระหว่างกายกับจิตและจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี เช่น จักระ กดจุด ฝังเข็ม ลมปราณ โยคะ ไทเก๊ก ฮวงจุ้ย ฯลฯ
  • ทำให้สื่อทางจิตและจิตวิญญาณได้อย่างไร้ขีดจำกัด
  • สร้างจิตวิญญาณของการรับรู้และสัมผัสพลังทั้งภายในและภายนอกร่างกายได้เป็นอย่างดีและเป็นรูปธรรม
  • ทำให้เข้าใจและสัมผัสออร่า ชั้นของออร่าได้เป็นอย่างดี
  • ค้นหาจักระ เส้นแรง เส้นสุขภาพและรังสีสุขภาพได้เป็นอย่างดี
  • ทำให้เข้าใจการทำงานและที่ตั้งของจิตและจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี
  • เป็นการเตรียมจิตและจิตวิญญาณสู่การเรียนรู้จิตชั้นสูง

กลุ่มเป้าหมายของผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมสมาธิเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน

  • บุคคลที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและมีโรคภัยไข้เจ็บ
  • ผู้ที่สนใจฝึกปฏิบัติทางด้านจิต จิตวิญญาณ และพลังจิต
  • ผู้ปฏิบัติธรรมที่ต้องการเหตุผลตามแนวทางวิทยาศาสตร์และสัมผัสสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม
  • บุคคลที่ต้องการพัฒนาจิต จิตวิญญาณในรูปของพลังอย่างเป็นระบบ
  • บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับการฝึกจิตและพลังจิต
  • บุคคลที่ต้องการพัฒนาศักยภาพพิเศษในเรื่องของพลังที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต
  • บุคคลที่มีความประสงค์ต้องการสื่อทางจิต จิตวิญญาณและสัมผัสพลังงานในรูปแบบต่างๆ
  • บุคคลที่ต้องการความกระจ่างในศาสตร์โบราณทุกแขนงที่เกี่ยวกับกายและจิตด้วยการค้นหาจากจิตวิญญาณ
  • บุคคลที่สนในการฝึกปฏิบัติสมาธิ การพัฒนาฌานและใช้จิตใต้สำนึกอย่างเต็มรูปแบบ
  • บุคคลที่ต้องการพัฒนา IQ และ EQ รวมทั้งเสริมสร้างการพัฒนาบุคลิกภาพพิเศษ

วัตถุประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมสมาธิเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน

  1. ต้องการให้ทุกคนสามารถดูแลและบำบัดโรคด้วยตนเองได้
  2. เผยแพร่ศาสตร์พุทโต ชินโต สมาธิเคลื่อนไหวให้ก้าวไกล
  3. ต้องการให้ทุกคนเข้าใจเรื่องจิต จิตวิญญาณ และพลังตามแนวทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
  4. ต้องการให้ทุกคนสามารถนำศาสตร์นี้ไปใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
  5. ต้องการให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงพิษภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตในระบบนิเวศน์ที่เสียไป
  6. ต้องการให้ทุกคนเข้าใจในธรรมหรือธรรมชาติได้อย่างถ่องแท้และแท้จริง
  7. ต้องการปลูกฝังจิตสำนึกของคนในสังคมให้รู้จักและตระหนักถึงการให้ตามแนวทางของศาสตร์

ถ้าท่านสนใจที่จะเข้ามาศึกษาสมาธิเคลื่อนไหวศาสตร์พุทโต ชินโต อย่างแท้จริง เพื่อการเรียนรู้ที่ถูกต้องตามแนวทางแห่งศาสตร์พุทโต ชินโต โปรดเข้าคอร์สการอบรมในขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการพัฒนาศักยภาพกายและจิตของท่านอย่างเต็มรูปแบบ และเพื่อป้องกันความเสียหายของความไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของศาสตร์นี้อย่างแท้จริง

การเปิดอบรมสมาธิเคลื่อนไหว ศาสตร์พุทโต ชินโต แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

  1. ระดับพื้นฐาน
  2. ระดับพัฒนาสัญญา พลังงาน จิตวิญญาณ
  3. ระดับผู้บำบัดโรค ( HEALER)

วิชาที่ทำการสอน

  1. พื้นฐานของการ Movement (ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ)
  2. ความรู้พื้นฐานของสัญญาแห่งพลัง
  3. ความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับพลังจิต
  4. พื้นฐานจิตวิญญาณแห่งการหยั่งรู้
  5. เรียนรู้กลไกควบคุมพลังงาน
  6. ความรู้พื้นฐานแห่งองค์เทพ
  7. การกดจุดโดยจิตวิญญาณ

หลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับ

ระดับพื้นฐาน

  1. เปิดสัญญาจิตใต้สำนึก และสร้างศักยภาพพิเศษ
  2. เทคนิคการเปิดกลไกพลังงาน สร้างวงจรพลังชีวิต
  3. ขั้นตอนการทำสมาธิในแต่ละวิวัฒนาการ
  4. สมาธิบำบัดโรค และดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

ประโยชน์

  1. บำบัดโรค ดูแลสุขภาพของตนเอง
  2. เคลื่อนไหวร่างกายด้วยพลังจิต
  3. เป็นการเปิดสัญญาของพลังงานในระดับปรมัตถ์
  4. ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการทำสมาธิอย่างถูกต้อง
  5. ทำให้เกิดศักยภาพพิเศษของจิตที่ถูกต้องตามแนวทางวิทยาศาสตร์

ระดับพัฒนาสัญญาจิตวิญญาณ

  1. สัมผัสพลังงานในลักษณะรูปธรรม (มีปริมาตร มีรูปทรง)
  2. ค้นหาปัญญาโดยจิตวิญญาณแห่งจักรวาล
  3. ค้นหารากเหง้าของจิตวิญญาณของศาสตร์ทุกแขนง (โยคะ ไท้เก๊ก ลมปราณ ชี่กง พลังจักรวาล กดจุด ฯลฯ)
  4. สัมผัสออร่าและสแกนร่างกายด้วยตาเปล่า
  5. สามารถดึงพลังจากธรรมชาติได้ทุกโอกาสและทุกสถานที่
  6. มีกลไกแก้ไขในเรื่องของพลังงานได้โดยอัตโนมัติ
  7. สามารถสร้างภาพสามมิติให้กับผู้มีระดับสัญญาสูงได้ด้วยตาเปล่า

ประโยชน์

  1. ทำให้เกิดการเรียนรู้ทั้งพลังงานภายในและภายนอกร่างกาย
  2. ทำให้เกิดการเรียนรู้ การสื่อของจิตกับวัตถุสิ่งของ
  3. ค้นหาประวัติที่มาของพลังงานและจิตวิญญาณ
  4. เป็นการเตรียมพลังงานที่ใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
  5. เป็นการตรวจสอบพลังจิตและค้นหาอย่างถูกวิธี

ระดับผู้บำบัด

  1. เรียนรู้สมุฏฐานของโรคจากสภาพแวดล้อม เช่นเกิดจากพ่อแม่ สถานที่ ฯลฯ
  2. เรียนรู้การบำบัดโรคตามวาระจิตและอย่างมีรูปแบบ
  3. การทำน้ำในการบำบัดโรค
  4. การตรวจโรคจากภาพถ่าย
  5. การตรวจโรคจากข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ

ประโยชน์

  1. จะต้องรู้ทิศทางของกระแสของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
  2. สามารถตรวจเช็คโรคได้ โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยบอก
  3. สามารถอ่านข้อมูลจากประจุของผู้ป่วยได้
  4. รู้สุขภาพของผู้ป่วยได้ทั้งทางไกลและทางใกล้ รวมทั้งอารมณ์ของผู้ป่วยด้วย
  5. รู้จักการบำบัดโรคทั้งวาระจิตและอย่างมีรูปแบบ
  6. ทำให้ทราบแนวโน้มของโรคที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
  7. ค้นหาโรคทางพันธุกรรม
  8. ค้นหาโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในแต่ละชั้นของบรรพบุรุษ

ช่วงอายุของผู้ฝึกปฏิบัติสมาธิเคลื่อนไหว

– 5-25 ปี เป็นช่วงที่มีการสัมผัสรับรู้ได้ดีที่สุด เหตุผลทางด้านกายภาพของต่อม

– 25 ปีขึ้นไป เพศหญิงจะมีสภาพการรับรู้ได้ดีกว่าเพศชาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s