หลัก 7 ข้อ

หลัก 7 ข้อ ในการปฏิบัติตนเข้าสู่สภาวะจิตว่าง

1. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ

  • รับรู้เฝ้าดูติดตามสภาวะกาย ดูการเปลี่ยนแปลงของกาย ดูการเคลื่อนไหวของกาย กายประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุทั้งสี่ตกอยู่ภายในสภาวะธรรมของความเป็นจริง ความเป็นจริงของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สามารถคงทนอยู่ได้ยาก และไม่ใช่ของเราหรือไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดเวลา สรรพสิ่งทั้งหลายหรือกายของเรานั้นย่อมสลาย ดับสลายเป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่ความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารมิมี
  • รับรู้เฝ้าดูติดตามสภาวะเวทนา ดูความทุกข์ที่เกิดจากกาย ร้อนก็ทุกข์ หนาวก็ทุกข์ หิวก็ทุกข์ ดีใจก็ทุกข์ เกิดจากกายทั้งนั้น ความสุข-ทุกข์นั้นอยู่ได้ไม่ตลอด เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นสุข-ทุกข์เกิดอยู่ใต้สภาวะธรรมของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สามารถคงทนอยู่ได้ยาก และไม่ใช่ของเรา และไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ หรือไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดกาล จนกระทั่งสรรพสิ่งทั้งปวงหรือร่างกายของเรานั้นย่อยสลาย ดับสลายกลายเป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่ความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารมิมี
  • รับรู้เฝ้าดูติดตามสภาวะจิต จิตคือความคิด จิตคือความนึกคิด เกิดแล้วดับ ดับแล้วเกิด เกิดขึ้น ทรงอยู่ ดับไป ฉะนั้นจิตจึงตกอยู่ใต้สภาวะธรรมของความเป็นจริง ความจริงของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สามารถคงทนอยู่ได้ยาก ไม่สามารถบังคับบัญชาเป็นไปตามที่เราต้องการได้ และไม่ใช่ของเรา หรือไม่สามารถที่จะดำรงคงอยู่ได้ตลอดกาล จนกระทั่งสรรพสิ่งทั้งปวง หรือร่างกายเรานั้นย่อยสลาย ดับสลาย เป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่ความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารมิมี จงพิจารณาจิตของท่านว่า จิตฟุ้งซ่านหรือไม่ หดหู่ซึมเศร้าหรือไม่ นี่คือนิวรณ์ 5 จงขจัดออกไปจากจิต และพิจารณาต่อว่า มีจิตอาฆาต จิตที่โกรธ เกลียด อิจฉาริษยา จิตที่เกิดความโลภ จิตที่หลง ให้พิจารณาสภาวะจิตเห็นจิต เห็นอารมณ์ของตัวเอง จิตตกอยู่ใต้สภาวะธรรมของความเป็นจริง ความจริงของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน สามารถคงทนอยู่ได้ยาก และมิใช่ของเรา หรือไม่สามารถคงทนอยู่ได้ตลอดกาล จนกระทั่งสรรพสิ่งทั้งปวงหรือร่างกายของเรานั้นย่อยสลาย ดับสลายเป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่ความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารมิมี
  • รับรู้เฝ้าดูติดตามสภาวะธรรม ธรรมะแปลว่าความว่าง ธรรมะแปลว่าหน้าที่ ธรรมะแปลว่า อิสระ ธรรมะแปลว่าพุทธะ (ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน) ธรรมะคือธรรมชาติ ธรรมคือความจริง สรรพสิ่งทั้งปวงเกิดขึ้น ทรงอยู่ และดับไป สรรพสิ่งทั้งปวงตกอยู่ใต้สภาวะธรรมของความเป็นจริง ความจริงของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สามารถคงทนอยู่ได้ยาก และไม่ใช่ของเรา หรือไม่สามารถคงทนอยู่ได้ตลอดกาล จนกระทั่งสรรพสิ่งทั้งปวงหรือร่างกายของเราย่อยสลาย ดับสลายกลายเป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่สภาวะแห่งความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารอะไรมิมี

2. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงอย่าบังคับข่มขู่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย การเคลื่อนไหวของใจ การเคลื่อนไหวของจิต จงปล่อยให้อิสระ อย่าเพ่งอย่าเกร็ง อย่าเคร่งเครียด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือสมองเป็นอันขาด

3. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงทำใจให้เป็นกลาง ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ตั้งอยู่ในอุเบกขา วางเฉย เพราะสุข ทุกข์ เกิดจากการปรุงแต่งของจิต และสุข-ทุกข์ นั้นไม่เป็นของใคร อยู่ได้ชั่วขณะหนึ่ง จิตปรุงแต่งสังขารให้เกิดอุปาทาน ยึดมั่น ถือมั่น ชอบหรือไม่ชอบ พอใจหรือไม่พอใจ ถ้าพอใจก็แต่งว่าสุข ถ้าไม่พอใจก็ปรุงแต่งว่าทุกข์ ถ้าสุขก็ยินดี ทุกข์ก็ยินร้าย สุข-ทุกข์ไม่เป็นของใคร ไม่สามารถยึดมั่นถือมั่นได้เลย ฉะนั้นทุกข์-สุข จึงตกอยู่ภายใต้สภาวะธรรมของความเป็นจริง ความจริงของความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอด สามารถคงทนอยู่ได้ยาก และไม่ใช่ของเราหรือไม่สามารถที่จะดำรงอยู่ได้ตลอดกาล จนกระทั่งสรรพสิ่งทั้งปวงหรือร่างกายของเราย่อยสลาย ดับสลาย เป็นอากาศธาตุ ดำเนินสู่สภาวะแห่งความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารของความสุข ความทุกข์นั้นมิมี

4. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงอย่าวิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น เกิดหรือไม่เกิดก็แล้วไป เป็นหรือไม่เป็นก็แล้วไป เคลื่อนไหวหรือไม่เคลื่อนไหวก็แล้วไป เห็นหรือไม่เห็นก็แล้วไป บอกหรือไม่บอกก็แล้วไป หายหรือไม่หายก็แล้วไป สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็แล้วไป

5. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงทำจิตใจให้สบาย ให้ปลอดจากจิต ปลอดจากความคิด ปลอดจากใจ ปลอดจากการปรุงแต่ง ปลอดจากกาย ปลอดจากตัวกูของกู เพราะตัวกูต้องดำเนินสู่ความว่างเปล่า หาสาระแก่นสารมิมี

6. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงปล่อยวางจากเรื่องราวทั้งปวง จงละจากอุปาทานทั้งปวง เพราะสรรพสิ่งทั้งปวงไม่สามารถยึดมั่น ถือมั่นได้เลย

7. รับรู้เฝ้าดูติดตามอยู่เฉยๆ จงละจากกิเลสทั้งปวง จงละจากความอยาก จงละจากความไม่อยากทั้งปวง ไม่หวังอะไร ไม่เอาอะไร

พุทโต ชินโต.. พุทโต ชินโต.. พุทโต ชินโต..

2 ตอบกลับที่ หลัก 7 ข้อ

  1. ญาณวุฒิ พรหมเดชากุล พูดว่า:

    ขอสมัครเรียนด้วยครับ

    • buddhtoshinto พูดว่า:

      ไม่ค่อยได้เข้ามาในนี้เลยครับ ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่หน้าเฟส.. ขออภัยจริงๆ คิดว่าคงได้ติดต่อที่เฟสบุคอยู่แล้ว…
      ช่วงนี้กำลังเปิดคอร์ส คิดว่าคุณญาณวุฒิคงได้เข้าร่วม…

      เขียนตอบมาเพื่อแสดงความใส่ใจ…
      จากติ๊ก.. คนดูแลเพจนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s